วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569

Welding fundamentals and processes ตอนที่ 27

Welding fundamentals and processes ตอนที่ 27

เอกสารอ้างอิง : Thomas J. Lienert. ASM handbook. Volume 06A welding fundamentals and processes. ASM international handbook committee. Materials park. Ohio. USA. 2011.

นำเสนอโดย ผศ.สิทธิพงษ์ แสงอินทร์  


Modes of arc welding. เมื่ออิเล็กตรอนถูกบังคับให้กระโดดข้ามช่องว่างในวงจรที่ประกอบด้วยตัวนำไฟฟ้าดี (โดยทั่วไปคือโลหะ) จะเกิดการไหลในรูปแบบของ “อาร์ก” (arc) ซึ่งเกิดจากอิเล็กตรอนที่มีประจุลบเคลื่อนที่ผ่านช่องว่างระหว่างขั้วไฟฟ้าสองอันที่มีศักย์ไฟฟ้าแตกต่างกัน โดยขั้วไฟฟ้าที่มีศักย์บวกเรียกว่า anode และขั้วที่มีศักย์ลบกว่าเรียกว่า cathode, อิเล็กตรอนสามารถหลุดออกจาก cathode ได้โดยการให้ความร้อน (thermal emission) หรือถูกดึงโดยแรงดึงดูดจาก anode ที่มีศักย์ไฟฟ้าบวกมากกว่า ยิ่งศักย์ไฟฟ้าระหว่าง cathode กับ anode ต่างกันมากเท่าไร อิเล็กตรอนก็สามารถข้ามช่องว่างได้ไกลมากขึ้น, แม้อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่จากลบไปบวก แต่ตามธรรมเนียมการนิยามกระแสไฟฟ้า กระแสถือว่าไหลจากบวกไปลบ เมื่ออิเล็กตรอนไหลข้ามช่องว่างที่มีอากาศหรือแก๊ส อิเล็กตรอนเหล่านี้สามารถชนกับอะตอมในช่องว่าง ทำให้อิเล็กตรอนของอะตอมหลุดออก เกิดเป็นไอออนบวก (positive ions) ซึ่งจะเคลื่อนที่ภายใต้อิทธิพลของแรงดันไฟฟ้าไปทาง cathode, ผลรวมของการเกิดอาร์กคือ การให้ความร้อนแก่พื้นผิวของชิ้นงานโลหะจากการชนของอิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่เร็วมาก และ/หรือการชนของไอออนบวกที่เคลื่อนที่ช้ากว่าแต่มีมวลมากกว่า โดยพลังงานจลน์จะถูกดูดซับและแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนเมื่ออนุภาคเหล่านี้ชนกับผิววัสดุงาน, ภาพจำลองเชิงแผนภาพของรูปแบบต่าง ๆ ของการให้ความร้อนด้วยอาร์กไฟฟ้า ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการใช้ไฟฟ้ากระแสตรง (dc) สองขั้ว หรือไฟฟ้ากระแสสลับ (ac) หากศักย์ไฟฟ้าคงที่ไม่เปลี่ยนขั้ว (ขั้ว cathode และ anode คงที่ตลอดเวลาเมื่อมีกระแสไหล) เรียกว่า โหมดไฟฟ้ากระแสตรง (dc) หากศักย์ไฟฟ้าสลับไปมา เรียกว่า ไฟฟ้ากระแสสลับ (ac)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น