การเชื่อมท่อเหล็กกล้า Cr-Mo (Chromium-Molybdenum Steel)
การเชื่อมท่อเหล็กกล้า Cr-Mo (Chromium-Molybdenum Steel) ASME B31 มีข้อกำหนดเฉพาะ เน้นด้านความปลอดภัย ความทนทาน และประสิทธิภาพของระบบท่อในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแข็งแรงสูงและทนต่ออุณหภูมิและแรงดัน เช่น งานในโรงไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน และอุตสาหกรรมเคมี
1. การเลือกวัสดุและประเภทเหล็กกล้า Cr-Mo
เหล็ก Cr-Mo ใช้ในงานที่ต้องการทนต่ออุณหภูมิและแรงดันสูง เช่น P11, P22, P91 (ตาม ASTM A335) Chromium เพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนและความแข็งแรง ส่วน Molybdenum ช่วยเพิ่มความทนทานต่อความร้อนและความดัน
2. ข้อกำหนดสำหรับการเชื่อมใน ASME B31
ASME B31.1 (Power Piping) และ ASME B31.3 (Process Piping) การเตรียมรอยต่อ ควรใช้เทคนิคการเตรียมรอยต่อท่อ เช่น การบาก Beveling) เพื่อให้เหมาะสมกับแนวเชื่อม Butt Weld, Filler Material ใช้ลวดเชื่อมเชื่อมที่ตรงกับประเภทเหล็ก Cr-Mo เช่น ER90S-B9 หรือ E8018-B2 (ขึ้นกับเกรดของ Cr-Mo Steel)
กระบวนการเชื่อมที่แนะนำ
- SMAW (Shielded Metal Arc Welding)
- GTAW (Gas Tungsten Arc Welding)
- GMAW (Gas Metal Arc Welding)
การควบคุมความร้อน (Heat Control)
- Preheating ต้องทำการอุ่นก่อนการเชื่อมเพื่อป้องกันการแตกร้าว อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 150–300°C ขึ้นกับเกรดเหล็กกล้า
- Interpass Temperature ควบคุมอุณหภูมิระหว่างพาสให้เหมาะสม เช่น ไม่เกิน 300–400°C
- Post Weld Heat Treatment (PWHT) จำเป็นสำหรับเหล็กกล้า Cr-Mo เพื่อคืนสภาพความแข็งแรงและลดความเค้นในแนวเชื่อม โดยมักใช้อุณหภูมิประมาณ 650–760°C
การทดสอบแนวเชื่อม
- การตรวจสอบด้วยวิธี NDT (Non-Destructive Testing) เช่น
- การตรวจสอบด้วยภาพถ่ายรังสี (Radiographic Testing - RT)
- การตรวจสอบด้วยอนุภาคแม่เหล็ก (Magnetic Particle Testing - MT)
- ทดสอบความแข็ง (Hardness Test) ในแนวชื่อมและพื้นที่ใกล้แนวเชื่อม (HAZ - Heat Affected Zone)
3. ปัจจัยที่ต้องพิจารณา
ผลกระทบจากไฮโดรเจน (Hydrogen Cracking) ควรลดความชื้นในวัสดุและอุ่นชิ้นงานก่อนการเชื่อมเพื่อป้องกัน การลดความเค้นใน HAZ การควบคุม PWHT ช่วยลดโอกาสเกิดการแตกร้าว ความต้านทานต่อการเกิด Oxidation Chromium ใน Cr-Mo ช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการเกิด Oxidation
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น